วธ.สำรวจความคิดเห็นของเด็กและเยาวชน ปัญหาที่ต้องการให้แก้ไขอย่างเร่งด่วน 1 ใน 3 อยากให้แก้ไขปัญหาอบายมุข การมั่วสุมของเด็กวัยรุ่น เช่น การดื่มสุรา ยาเสพติด ค้าประเวณี เที่ยวกลางคืน
นายธีระ สลักเพชร รมว.วัฒนธรรม กล่าววันนี้ (27 เม.ย.) ว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.)ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของเด็กและเยาวชนที่มีต่อกระทรวงวัฒนธรรม เกี่ยวกับการจัดกิจกรรมวันอนุรักษ์มรดกไทย วันสงกรานต์ และปัญหาทางวัฒนธรรมที่ต้องแก้ไขโดยเร่งด่วน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2552 โดยสุ่มตัวอย่างเด็กและเยาวชนจำนวน 7,602 คน อายุระหว่าง 10-12 ปี ระหว่างวันที่ 1 ม.ค. ? 15 เม.ย. 2552 พบว่า หน่วยงานในสังกัดวธ.ที่กลุ่มตัวอย่างรู้จักมากที่สุด ได้แก่ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด และอุทยานประวัติศาสตร์
ส่วนหน่วยงานที่ไม่รู้จักมากที่สุด ได้แก่ ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) หอไทยนิทัศน์สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และที่น่าเป็นห่วงคือ เด็กไม่เคยใช้บริการหอสมุดแห่งชาติ ถึงร้อยละ 51.7 กรมศิลปากร ร้อยละ 59 และกรมการศาสนา ร้อยละ 57.7
นายธีระ กล่าวว่า ในส่วนภาพลักษณ์ที่สะท้อนหน้าที่ของวธ. นั้น เยาวชนส่วนใหญ่ หรือ ร้อยละ 89.2 คิดว่า ภาพลักษณ์ของวธ.คือ การอนุรักษ์ ภาษาไทย ร้อยละ 83.3 เห็นว่า เป็นการดูแลโบราณสถาน อาทิ วัด เจดีย์ โบสถ์ วิหาร พระราชวัง และร้อยละ 81.7 เป็นการอนุรักษ์ประเพณีต่างๆ เช่น สงกรานต์ ลอยกระทง ฯลฯ
นอกจากนี้ ปัญหาที่เด็กและเยาวชนต้องการให้วธ.แก้ไขอย่างเร่งด่วน 3 อันดับแรก ได้แก่ 1.ปัญหาการเผยแพร่ผลงานวัฒนธรรมให้ประชาชนรู้จัก ร้อยละ 64.7 2.เรียกร้องให้แก้ไขปัญหาอบายมุข การมั่วสุมของเด็กวัยรุ่น เช่น การดื่มสุรา ยาเสพติด ค้าประเวณี เที่ยวกลางคืน ร้อยละ 65.6 และ3.ต้องการให้แก้ไขปัญหาการใช้คำพูดศัพท์แสลง ผู้ใหญ่ต้องเป็นแบบอย่างคำพูดที่สุภาพตลอดจนไม่ใช้ถ้อยคำที่รุนแรงและหยาบคาย ร้อยละ 65.5
นอกจากนี้ กลุ่มตัวอย่างยังอยากให้วธ.เร่งดำเนินการ 3 อันดับแรก คือ การไหว้และการมีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่ การแต่งกายของวัยรุ่นและนักศึกษา การแสดงออกต่อที่สาธารณะของวัยรุ่น และการแก้ไขปัญหาวัยรุ่นอย่างจริงจัง
?สำหรับมรดกไทยที่เด็กภาคภูมิใจที่สุดในกรุงเทพมหานคร คือ ตึกไทยคู่ฟ้าทำเนียบรัฐบาล พระปรางค์วัดอรุณราชวราราม และพระที่นั่งอนันตสมาคม ขณะที่ปัญหามรดกไทยควรแก้ไขอย่างเร่งด่วน คือ การลักลอบขุดสมบัติ และการทำลายเอกลักษณ์วัฒนธรรมชาติ ซึ่งควรส่งเสริมให้มีหลักสูตรสร้างจิตสำนึกในเรื่องวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมท้องถิ่นให้แก่เด็กและเยาวชน ส่วนความคิดเห็นเกี่ยวกับวันสงกรานต์ พบว่า สิ่งที่ควรเฝ้าระวังและควรแก้ไขเร่งด่วน คือ พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของวัยรุ่น เช่น การมั่วสุม เพศสัมพันธ์ การเล่นสาดน้ำรุนแรง การแสดงโคโยตี้ การปะแป้งและลวนลามผู้ร่วมกิจกรรม ? รมว.วัฒนธรรม กล่าว? และว่า หลังจากนี้ วธ.จะต้องเร่งปรับปรุงบทบาทหน้าที่ของทุกหน่วยงานให้เข้าถึงเด็กและเยาวชนมากกว่านี้ โดยเฉพาะบทบาทในเรื่องการแก้ปัญหาสังคม ร้านเกมส์ เด็กติดเกม และการตรวจพิจารณาภาพยนตร์ เพื่อให้เด็กและเยาวชนรับรู้หน้าที่ของกระทรวงมากขึ้น
วันเสาร์ที่ 5 มิถุนายน พ.ศ. 2553
วันเสาร์ที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
ยิงถล่มนายก อบต.คนดังสาหัสที่พัทลุง
ส่วนลูกคนสนิมตายคาที่ ตร.มุ่งไปในประเด็นความขัดแย้งเรื่องการเมืองท้องถิ่น และประเด็นการขัดแย้งเรื่องส่วนตัว เผยเมื่อปลายปี 51 เคยถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่ม ขณะขี่ จยย.กลับบ้านพักมาแล้ว
ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (2 มิ.ย.) ว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.ที่ผ่านมา ร.ต.ท.สยาม นรมาตย์ ร้อยเวร สภ.เมืองพัทลุง ได้รับแจ้งว่า มีเหตุคนร้ายขับขี่รถยนต์กระบะโตโยต้า ไมตี้เอ็ก สีน้ำเงิน(ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน) ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มรถกระบะของ นายกอบต.ตำนานได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนลูกน้องเสียชีวิตคาที่ โดยเหตุเกิดถนนเลียบคลองชลประทานสายตำนาน - ท่าแค บริเวณหน้าบังกะโลสมคิดวิลเวล ท้องที่หมู่ 1 ต.ท่ามิหรำ อ.เมืองพัทลุง
จากนั้นได้ไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.กิตติสัณห์ เดชสุนทรวัฒน์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ ชูขำ รอง ผบก.ภ.จว.พัทลุง พ.ต.อ.ปรีชา กลัดสวัสดิ์ ผกก สภ.เมืองพัทลุง พ.ต.ท.ชำนาญคงชู รอง ผกก.(สส.)ฯ พ.ต.ท.วตัญญู กุลดิลก รอง ผกก.(ป)ฯ พ.ต.ท.ณัฐนัย ชูช่วย สวสส.ฯ นายตำรวจที่เกี่ยวข้อง
ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะโตโยต้า รุ่นวิโก้ สีดำ หมายเลขทะเบียน กท .4616 ภูเก็ต ของนายสัมภาส เกื้อเส้ง อายุ 43 ปี นายก อบต.ตำนาน อ.เมืองพัทลุง ตกอยู่ริมถนน สภาพรถมีรอยกระสุนปืนยิงถล่มพรุนทั้งคัน โดยนายสัมภาส เกื้อเส้ง อายุ 43 ปี นายกอบต.ตำนาน เมืองพัทลุง มีบาดแผลถูกยิงเข้าบริเวณแขนทั้ง 2 ข้าง และ ลำตัว รวม 7 แผล อาการสาหัส บริเวณด้านหลังรถกระบะ พบศพนายฉัตรชัย จันทรโชติ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 155 หมู่ที่ 1 ต.ร่มเมือง อ.เมืองพัทลุง สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน เอ็ม 16 และอาก้า เข้าแผ่นหลังจนพรุนจนเสียชีวิตคาที่
จากการสอบสวนขั้นต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายสัมภาส หรือนายก เตี้ย นายกคนดังของจ.พัทลุง พร้อมลูกน้องผู้ตายเดินทางกลับจากดูการซ้อมวัวชน ที่บ่อนชนโคบ้านท่ามิหรำ นายสัมภาสเป็นคนขับรถ เมื่อมาถึงที่เกิดได้มีคนร้าย 5 คน ใช้รถยนต์กระบะขับตามมา เมื่อถึงที่เกิดเหตุ คนตาย 3 คน ที่นั่งมาด้านหลังใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 และอาก้า กระหน่ำยิงใส่รถกระบะคันดังกล่าวแบบไม่ยั้งมือ จนทำให้นายฉัตรชัย ที่นั่งมาด้วยด้านหลังเสียชีวิตคาที่ และขับหลบหนีไปตามเส้นทางถนนเลียบคลองชลประทานท่าแค – ตำนาน มุ่งสู่ถนนสายตำนาน – ไสไนขัน เข้าไปในท้องที่ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง
ด้าน พล.ต.ต.กิตติสัณห์ เดชสุนทรวัฒน์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง กล่าวว่า ประเด็นสังหาร ตร.มุ่งไปในประเด็นความขัดแย้งเรื่องการเมืองท้องถิ่น และประเด็นการขัดแย้งเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่องขัดแย้งเรื่องส่วนตัวนั้น เมื่อเดือน ธันวาคม 2551 นายสัมภาส เคยถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่ม ขณะขี่ จยย.กลับบ้านพัก จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่อมาเมื่อเดือน เมษายน 2552 นายสมปอง ช่วยเนียม ผู้ใหญ่บ้าน ม.15 ต.ตำนาน อ.เมืองพัทลุง ซึ่งประกาศตัวจะลงสมัครชิงตำแหน่ง นายก อบต.ตำนาน ในสมัยหน้า ถูกกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มจนได้รับบาดเจ็บ ขณะขับรถกระบะกลับจากที่ว่าการอำเภอเมืองพัทลุง โดยเหตุการณ์ทั้ง 2 ครั้งเกิดขึ้นบนถนนสายเดียวกัน
ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (2 มิ.ย.) ว่า เมื่อเวลาประมาณ 11.00 น.ที่ผ่านมา ร.ต.ท.สยาม นรมาตย์ ร้อยเวร สภ.เมืองพัทลุง ได้รับแจ้งว่า มีเหตุคนร้ายขับขี่รถยนต์กระบะโตโยต้า ไมตี้เอ็ก สีน้ำเงิน(ไม่มีแผ่นป้ายทะเบียน) ใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มรถกระบะของ นายกอบต.ตำนานได้รับบาดเจ็บสาหัส ส่วนลูกน้องเสียชีวิตคาที่ โดยเหตุเกิดถนนเลียบคลองชลประทานสายตำนาน - ท่าแค บริเวณหน้าบังกะโลสมคิดวิลเวล ท้องที่หมู่ 1 ต.ท่ามิหรำ อ.เมืองพัทลุง
จากนั้นได้ไปที่เกิดเหตุ พร้อมด้วย พล.ต.ต.กิตติสัณห์ เดชสุนทรวัฒน์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง พ.ต.ท.ต่อศักดิ์ ชูขำ รอง ผบก.ภ.จว.พัทลุง พ.ต.อ.ปรีชา กลัดสวัสดิ์ ผกก สภ.เมืองพัทลุง พ.ต.ท.ชำนาญคงชู รอง ผกก.(สส.)ฯ พ.ต.ท.วตัญญู กุลดิลก รอง ผกก.(ป)ฯ พ.ต.ท.ณัฐนัย ชูช่วย สวสส.ฯ นายตำรวจที่เกี่ยวข้อง
ในที่เกิดเหตุพบรถยนต์กระบะโตโยต้า รุ่นวิโก้ สีดำ หมายเลขทะเบียน กท .4616 ภูเก็ต ของนายสัมภาส เกื้อเส้ง อายุ 43 ปี นายก อบต.ตำนาน อ.เมืองพัทลุง ตกอยู่ริมถนน สภาพรถมีรอยกระสุนปืนยิงถล่มพรุนทั้งคัน โดยนายสัมภาส เกื้อเส้ง อายุ 43 ปี นายกอบต.ตำนาน เมืองพัทลุง มีบาดแผลถูกยิงเข้าบริเวณแขนทั้ง 2 ข้าง และ ลำตัว รวม 7 แผล อาการสาหัส บริเวณด้านหลังรถกระบะ พบศพนายฉัตรชัย จันทรโชติ อายุ 51 ปี อยู่บ้านเลขที่ 155 หมู่ที่ 1 ต.ร่มเมือง อ.เมืองพัทลุง สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน เอ็ม 16 และอาก้า เข้าแผ่นหลังจนพรุนจนเสียชีวิตคาที่
จากการสอบสวนขั้นต้นทราบว่าก่อนเกิดเหตุนายสัมภาส หรือนายก เตี้ย นายกคนดังของจ.พัทลุง พร้อมลูกน้องผู้ตายเดินทางกลับจากดูการซ้อมวัวชน ที่บ่อนชนโคบ้านท่ามิหรำ นายสัมภาสเป็นคนขับรถ เมื่อมาถึงที่เกิดได้มีคนร้าย 5 คน ใช้รถยนต์กระบะขับตามมา เมื่อถึงที่เกิดเหตุ คนตาย 3 คน ที่นั่งมาด้านหลังใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 และอาก้า กระหน่ำยิงใส่รถกระบะคันดังกล่าวแบบไม่ยั้งมือ จนทำให้นายฉัตรชัย ที่นั่งมาด้วยด้านหลังเสียชีวิตคาที่ และขับหลบหนีไปตามเส้นทางถนนเลียบคลองชลประทานท่าแค – ตำนาน มุ่งสู่ถนนสายตำนาน – ไสไนขัน เข้าไปในท้องที่ อ.เขาชัยสน จ.พัทลุง
ด้าน พล.ต.ต.กิตติสัณห์ เดชสุนทรวัฒน์ ผบก.ภ.จว.พัทลุง กล่าวว่า ประเด็นสังหาร ตร.มุ่งไปในประเด็นความขัดแย้งเรื่องการเมืองท้องถิ่น และประเด็นการขัดแย้งเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่องขัดแย้งเรื่องส่วนตัวนั้น เมื่อเดือน ธันวาคม 2551 นายสัมภาส เคยถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่ม ขณะขี่ จยย.กลับบ้านพัก จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่อมาเมื่อเดือน เมษายน 2552 นายสมปอง ช่วยเนียม ผู้ใหญ่บ้าน ม.15 ต.ตำนาน อ.เมืองพัทลุง ซึ่งประกาศตัวจะลงสมัครชิงตำแหน่ง นายก อบต.ตำนาน ในสมัยหน้า ถูกกลุ่มคนร้ายใช้อาวุธปืนสงครามยิงถล่มจนได้รับบาดเจ็บ ขณะขับรถกระบะกลับจากที่ว่าการอำเภอเมืองพัทลุง โดยเหตุการณ์ทั้ง 2 ครั้งเกิดขึ้นบนถนนสายเดียวกัน
วันอังคารที่ 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
5โจ๋ทมิฬปล้นฆ่่า หนุ่มอบต. มีดกระซวกยิงซ้ำ
สุดสะเทือนขวัญกลางเมืองตรัง แก๊งทมิฬขับรถตระเวนปล้นทรัพย์ ผ่านมาเจอเหยื่อขายปาท่องโก๋อยู่กับเพื่อนสาว 3 คน ลงไปปล้น มีดแทงไม่ยั้ง ก่อนยิงซ้ำ แล้วปล้นรถกระบะขับหลบหนีไป..
เมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ (25 มิ.ย.) พ.ต.ท.ประเสริฐ ส่งแสง สารวัตรเวร สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ริมถนนสายตรัง-พัทลุง ม.6 ต.นาโยงใต้ อ.เมือง จ.ตรัง จึงรุดไปตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรอยเลือดกองใหญ่บนพื้นถนน ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลตรังไปก่อนหน้านี้ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ นายเฉลียว สมาธิ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 ม.6 ต.นาโยงใต้ อ.เมืองตรัง มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซองสั้นเข้าบริเวณบั้นเอว 3 นัด และถูกแทงด้วยของมีคมที่สะบักหลังซ้าย 3 แผล ชายโครงซ้าย 2 แผล กลางศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์จนแบะอ้า รวมทั้งหมด 7 แผล และยังถูกตีเข้าแขนซ้ายจนหัก
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้มาช่วย นางวันเพ็ญ ดำจุติ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/8 ถ.รักษ์จันทร์ ต.ทับเที่ยง เขตเทศบาลนครตรัง อ.เมืองตรัง ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ขายปาท๋องโก๋ บริเวณจุดเกิดเหตุ ระหว่างนั้นได้มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น จำนวน 5 คน อายุระหว่าง 20-25 ปี ได้ขับรถยนต์กระบะอีซูซุ ตอนครึ่ง สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาก่อนที่คนร้าย 2 คน จะลงมาจากรถทำทีเป็นขอซื้อปาท่องโก๋ เมื่อสบโอกาสได้จึงชักอาวุธปืนออกมาจ่อศีรษะ น.ส.จิราภา สุวรรณรัตน์ อายุ 27 ปี เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยจัดเก็บภาษีรายได้ อบต.นาโยงใต้ ที่มาช่วยขายปาท่องโก๋ด้วย
ผู้ตายเห็นท่าไม่ได้จึงวิ่งเข้าไปช่วย น.ส.จิราภา และใช้ตัวบัง น.ส.จิราภา ไว้ จึงถูกคนร้ายใช้มีดกระซวกแทงอย่างโหดเหี้ยมไม่ยั้งมือ จนล้มฟุบลงกองกับพื้นที่ ก่อนที่คนร้ายจะยิงซ้ำ แล้วปล้นเอาทรัพย์สินเป็นรถยนต์กระบะ โตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บท 4537 ตรัง ของนางวันเพ็ญ ที่จอดเปิดประตูฟังเพลงอยู่ ขับหลบหนีไปทางพื้นที่ จ.พัทลุง เจ้าหน้าที่พยายามวิทยุสกัดจับกุมแต่ไร้วี่แวว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า แก๊งคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่หรือจังหวัดใกล้เคียง ขับรถตระเวนก่อเหตุปล้นทรัพย์ในพื้นที่ต่างๆ กระทั่งมาพบเหยื่อจอดรถไว้หน้าร้านขายปาท่องโก๋ จึงลงมือปฏิบัติการอย่างอุกอาจและสะเทือนขวัญ ประกอบกับผู้ตายต่อสู้ขัดขืนจึงถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ ตร.ชุดสืบสวน ทั้งในและนอกเครื่องแบบได้ระดมกำลังออกไล่ล่าติดตามกลุ่มคนร้ายแล้ว
เมื่อช่วงเช้ามืดวันนี้ (25 มิ.ย.) พ.ต.ท.ประเสริฐ ส่งแสง สารวัตรเวร สภ.เมืองตรัง รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ริมถนนสายตรัง-พัทลุง ม.6 ต.นาโยงใต้ อ.เมือง จ.ตรัง จึงรุดไปตรวจสอบ
ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรอยเลือดกองใหญ่บนพื้นถนน ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลตรังไปก่อนหน้านี้ และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อคือ นายเฉลียว สมาธิ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 17 ม.6 ต.นาโยงใต้ อ.เมืองตรัง มีบาดแผลถูกยิงด้วยกระสุนปืนลูกซองสั้นเข้าบริเวณบั้นเอว 3 นัด และถูกแทงด้วยของมีคมที่สะบักหลังซ้าย 3 แผล ชายโครงซ้าย 2 แผล กลางศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์จนแบะอ้า รวมทั้งหมด 7 แผล และยังถูกตีเข้าแขนซ้ายจนหัก
สอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุผู้ตายได้มาช่วย นางวันเพ็ญ ดำจุติ อายุ 29 ปี อยู่บ้านเลขที่ 10/8 ถ.รักษ์จันทร์ ต.ทับเที่ยง เขตเทศบาลนครตรัง อ.เมืองตรัง ซึ่งมีศักดิ์เป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ขายปาท๋องโก๋ บริเวณจุดเกิดเหตุ ระหว่างนั้นได้มีคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น จำนวน 5 คน อายุระหว่าง 20-25 ปี ได้ขับรถยนต์กระบะอีซูซุ ตอนครึ่ง สีดำ ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน มาก่อนที่คนร้าย 2 คน จะลงมาจากรถทำทีเป็นขอซื้อปาท่องโก๋ เมื่อสบโอกาสได้จึงชักอาวุธปืนออกมาจ่อศีรษะ น.ส.จิราภา สุวรรณรัตน์ อายุ 27 ปี เจ้าหน้าที่ผู้ช่วยจัดเก็บภาษีรายได้ อบต.นาโยงใต้ ที่มาช่วยขายปาท่องโก๋ด้วย
ผู้ตายเห็นท่าไม่ได้จึงวิ่งเข้าไปช่วย น.ส.จิราภา และใช้ตัวบัง น.ส.จิราภา ไว้ จึงถูกคนร้ายใช้มีดกระซวกแทงอย่างโหดเหี้ยมไม่ยั้งมือ จนล้มฟุบลงกองกับพื้นที่ ก่อนที่คนร้ายจะยิงซ้ำ แล้วปล้นเอาทรัพย์สินเป็นรถยนต์กระบะ โตโยต้า วีโก้ สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน บท 4537 ตรัง ของนางวันเพ็ญ ที่จอดเปิดประตูฟังเพลงอยู่ ขับหลบหนีไปทางพื้นที่ จ.พัทลุง เจ้าหน้าที่พยายามวิทยุสกัดจับกุมแต่ไร้วี่แวว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจสันนิษฐานว่า แก๊งคนร้ายน่าจะเป็นคนในพื้นที่หรือจังหวัดใกล้เคียง ขับรถตระเวนก่อเหตุปล้นทรัพย์ในพื้นที่ต่างๆ กระทั่งมาพบเหยื่อจอดรถไว้หน้าร้านขายปาท่องโก๋ จึงลงมือปฏิบัติการอย่างอุกอาจและสะเทือนขวัญ ประกอบกับผู้ตายต่อสู้ขัดขืนจึงถูกยิงเสียชีวิตดังกล่าว ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ ตร.ชุดสืบสวน ทั้งในและนอกเครื่องแบบได้ระดมกำลังออกไล่ล่าติดตามกลุ่มคนร้ายแล้ว
วันอังคารที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
เพ้อ "ลีเดีย" สะเด็ดเด้ง
สวยสะเด็ด เผ็ดร้อน ต้อนรับ"ปีเสือ" ขยี้ตามองแล้วมองอีกแทบไม่เชื่อสายตา อู้หู!! ลีเดีย เปลี่ยนไป สวยสดใสใจสปอร์ต ลุกมาโชว์ความสวย ความสาว แบบไม่เก็บให้ แมทธิว ดีน ได้ดูคนเดียว...
ลีเดีย-ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา สวยสะเด็ด เผ็ดร้อน ต้อนรับ"ปีเสือ" ขยี้ตามองแล้วมองอีกแทบไม่เชื่อสายตา อู้หู!! ลีเดีย เปลี่ยนไป สวยสดใสใจสปอร์ต ลุกมาโชว์ความสวย ความสาว แบบไม่เก็บให้ แมทธิว ดีน ได้ดูคนเดียว เชื่อว่าภาพ ลีเดีย โพสท่ากับเครื่องบิน ในนิตยสาร MARS ช่วยดับความร้อนใจในหัวใจหนุ่มไทยได้ทั้งเมือง แต่กลับเพิ่มความร้อนใน "แววตา" เป็นแนวอิจฉาตาร้อนซะมากกว่า ว่า แมท-ธิว ทำบุญมาด้วยอะไร ถึงได้ใกล้ชิดกับ สาวลีเดีย?
ถ้า เลือกได้มีแต่คนอยากลองเกิดเป็น ลีเดีย สักชาติ ผู้หญิงอะไรช่าง "เลิศเลอเพอร์เฟกต์" ที่นอกจากชาติตระกูลดี เกิดบนกองเงินกองทองของตระกูล "วิสุทธิธาดา" ตระกูลผู้ร่ำรวยจากการรับเหมาก่อสร้างทางหลวงแผ่นดิน คุณพ่อลีเดีย จึงตั้งชื่อลูกสาวว่า "ศรัณย์รัชต์" แปลว่า "ผู้สำเร็จในเรื่องการเงิน"
ชีวิต ของ ลีเดีย เลยมีแต่เรื่องน่าอิจฉา!! จับไมค์ ร้องเพลงก็ประสบความสำเร็จ น้ำเสียงสะกดใจ แฟนๆจนได้ฉา-ยาว่า "เจ้าหญิงอาร์แอนด์บี" นอกจากรวยยังสวยซะด้วย ที่สำคัญ ลีเดีย มีผิวที่ขาวผ่องเหมือนไข่ปอก โดดเด่นแซงหน้าสาวผิวกระดำกระด่างเป็นไหนๆ ความสามารถทางการกีฬาก็โดดเด่น ไม่เสียชื่อ คุณพ่อ-ไชยยันต์ วิสุทธิธาดา เป็นเจ้าของ "สนามกอล์ฟเกียรติธาดา" ย่านลาดพร้าว 71 ลีเดีย โชว์ความสามารถทางด้านการตีกอล์ฟ จน "ติดระดับเยาวชน" มาแล้ว ล่าสุด ซื้อบ้านหลังใหม่ หลังละ 40 ล้าน มีรันเวย์เครื่องบินจนเป็นที่ฮือฮา!! หาว่า อดีตนายกฯ (คนสนิท) "เป็นนายทุนซื้อให้" ซึ่งข่าวกระพือ จน พ่อลีเดีย ยังฉุน บอกว่ามีปัญญาซื้อให้ลูกได้ ส่วน ลีเดีย ก็โต้ทันควันว่า "ซื้อด้วยเงินของตัวเอง" โดยบ้านเป็นชื่อของ ลีเดีย แต่ครอบครัวช่วยกันผ่อน ซึ่งที่เธอตัดสินใจซื้อบ้านสุดหรูเพราะข้อเสนอดี เจ้าของโครงการให้ เรียนบินฟรี แถมเครื่องบินเล็กให้อีก ชีวิต ลีเดีย ชอบอะไรที่ท้าทาย ในเมื่อ "ดำน้ำก็ดำได้แล้ว รถก็ขับเป็นแล้ว จะขับเครื่องบินอีกอย่างจะเป็นไร?"
ใน เมื่อชีวิต ลีเดีย ผ่านข่าวมาอย่างโชกโชน ทั้ง "ข่าวเบนโล" ยันถูกมองว่าเป็น "กิ๊กทักษิณ" เอาตัวขัดดอก เธอก็ขอใช้ชีวิตแบบสุดขั้ว แต่ ไม่ได้มั่วซั่ว ย้ำชัดว่ากับอดีตนายกฯ เป็น "เพื่อนซี้ต่างวัย" ที่ใจตรงกัน โดย ลีเดีย เองเขียนหนังสือ "ลีเดีย เฮียร์ ไอ แอม!" ปฏิเสธทุกข่าวฉาวในเมื่อพูดแล้วยังไม่มีคนเชื่อ ลีเดีย ก็เลยเบื่อ ยิ่งเจอ หมอกฤษฎ์ หมอดู จอมคอนเฟิร์ม! ดันมาทำนายว่า "ลีเดียเบนโล" หัวอกคนเป็นแม่เลยแทบคลั่ง แม่ลีเดีย บุกฉะ หมอกฤษฎ์ กลางงาน ขู่ให้ กราบเท้าขอโทษ เพราะโกรธที่มาว่าลูกสาว จนกลายเป็นคดีความฟ้องร้องกันยาวนาน!
ข่าวกระหน่ำเหมือนพายุ แต่ ลีเดีย ก็ยังสดใส เพราะมีกำลังใจแสนดี แมทธิว อยู่เคียงข้างไม่เคยห่าง แม้ใครจะมองว่าไม่คู่ควร แต่ ลีเดีย ก็ยืนหยัดรัก พี่แมท พาครอบครัวกระเตงไปเชียร์
แม ทธิว ในรายการ "ซุปเปอร์สตาร์" เกือบทุกเทป 4 ปีที่คบกันมาหวานทุกขณะ ล่าสุด ขนาดมี "คาสโนว่าตัวพ่อ" อยากลองของ เร่ขายขนมจีบ ลีเดีย ยังตอกหน้า ฟลุค-เกริกพล ซะหน้าหงาย ด้วยประโยคเด็ดโดนใจว่า "หนูมีแฟนแล้วค่ะ" ทำเอา แมทธิว หน้าระรื่น ที่ "แฟนสาว" ไม่วอกแวกแอบปันใจ!ถึงจะมี "หมอดู" หลายคน ทำนายดวงชะตาของ ลีเดีย ว่าต้องได้ "เนื้อคู่" เป็น ผู้มีบารมี เป็นนักธุรกิจใหญ่ อายุมากกว่า เรื่องหัวใจปล่อยเป็นเรื่องของอนาคต ให้เบื้องบนพิสูจน์ว่า ใครจะได้เป็นผู้คว้า "นางฟ้าลีเดีย"
ลีเดีย มีความสามารถมากมาย เลยอยาก "ระบายความสวย" แจกจ่ายให้แฟนๆดูกันแพร่หลาย ล่าสุด กระโจนลงจอแก้วโดดรับละครเรื่อง "ระบำดวงดาว" ทางช่อง 3 ค่ายโพลีพลัส เป็นครั้งแรก รับบทเป็นแม่ค้า ทั้งๆที่ชีวิตจริงเป็น "คุณหนู" แต่ ลีเดีย ไม่ละความพยายาม เธอสนุกกับงานที่ท้าทาย อยากเป็นแม่ค้า (ในจอ) ใจจะขาด เพราะในเรื่องมีบทให้ เต้นโคโยตี้ ด้วย ลีเดีย ดีใจ "แฟนคลับ" ต้อนรับ "นางเอกใหม่" ด้วยการทำเสื้อสกรีนว่า "นางเอก" มาให้ ลีเดีย ภูมิใจไปหลายวัน!
ถ้า มี "มิเตอร์วัดความสวยให้สาว" คราวนี้ "ความสวย+เซ็กซี่" ของ "ลีเดีย" พุ่งกระฉูดจน มิเตอร์ แทบ ระเบิด...ดีใจด้วยที่ "ความสวยช่วยค้ำจุนโลก"...
ชายใดที่อาภัพและอับโชค...แค่เห็นหน้า "ลีเดีย" เหมือนได้ ออกซิเจน-หัวใจเต้นกันโครมคราม!
ภาพจาก "MARS"
นสพ.ไทยรัฐ
โดย MARS
9 มกราคม 2553, 17:22 น.
tags:
,ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา,มาลัยไทยรัฐ,MARS,
ลีเดีย-ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา สวยสะเด็ด เผ็ดร้อน ต้อนรับ"ปีเสือ" ขยี้ตามองแล้วมองอีกแทบไม่เชื่อสายตา อู้หู!! ลีเดีย เปลี่ยนไป สวยสดใสใจสปอร์ต ลุกมาโชว์ความสวย ความสาว แบบไม่เก็บให้ แมทธิว ดีน ได้ดูคนเดียว เชื่อว่าภาพ ลีเดีย โพสท่ากับเครื่องบิน ในนิตยสาร MARS ช่วยดับความร้อนใจในหัวใจหนุ่มไทยได้ทั้งเมือง แต่กลับเพิ่มความร้อนใน "แววตา" เป็นแนวอิจฉาตาร้อนซะมากกว่า ว่า แมท-ธิว ทำบุญมาด้วยอะไร ถึงได้ใกล้ชิดกับ สาวลีเดีย?
ถ้า เลือกได้มีแต่คนอยากลองเกิดเป็น ลีเดีย สักชาติ ผู้หญิงอะไรช่าง "เลิศเลอเพอร์เฟกต์" ที่นอกจากชาติตระกูลดี เกิดบนกองเงินกองทองของตระกูล "วิสุทธิธาดา" ตระกูลผู้ร่ำรวยจากการรับเหมาก่อสร้างทางหลวงแผ่นดิน คุณพ่อลีเดีย จึงตั้งชื่อลูกสาวว่า "ศรัณย์รัชต์" แปลว่า "ผู้สำเร็จในเรื่องการเงิน"
ชีวิต ของ ลีเดีย เลยมีแต่เรื่องน่าอิจฉา!! จับไมค์ ร้องเพลงก็ประสบความสำเร็จ น้ำเสียงสะกดใจ แฟนๆจนได้ฉา-ยาว่า "เจ้าหญิงอาร์แอนด์บี" นอกจากรวยยังสวยซะด้วย ที่สำคัญ ลีเดีย มีผิวที่ขาวผ่องเหมือนไข่ปอก โดดเด่นแซงหน้าสาวผิวกระดำกระด่างเป็นไหนๆ ความสามารถทางการกีฬาก็โดดเด่น ไม่เสียชื่อ คุณพ่อ-ไชยยันต์ วิสุทธิธาดา เป็นเจ้าของ "สนามกอล์ฟเกียรติธาดา" ย่านลาดพร้าว 71 ลีเดีย โชว์ความสามารถทางด้านการตีกอล์ฟ จน "ติดระดับเยาวชน" มาแล้ว ล่าสุด ซื้อบ้านหลังใหม่ หลังละ 40 ล้าน มีรันเวย์เครื่องบินจนเป็นที่ฮือฮา!! หาว่า อดีตนายกฯ (คนสนิท) "เป็นนายทุนซื้อให้" ซึ่งข่าวกระพือ จน พ่อลีเดีย ยังฉุน บอกว่ามีปัญญาซื้อให้ลูกได้ ส่วน ลีเดีย ก็โต้ทันควันว่า "ซื้อด้วยเงินของตัวเอง" โดยบ้านเป็นชื่อของ ลีเดีย แต่ครอบครัวช่วยกันผ่อน ซึ่งที่เธอตัดสินใจซื้อบ้านสุดหรูเพราะข้อเสนอดี เจ้าของโครงการให้ เรียนบินฟรี แถมเครื่องบินเล็กให้อีก ชีวิต ลีเดีย ชอบอะไรที่ท้าทาย ในเมื่อ "ดำน้ำก็ดำได้แล้ว รถก็ขับเป็นแล้ว จะขับเครื่องบินอีกอย่างจะเป็นไร?"
ใน เมื่อชีวิต ลีเดีย ผ่านข่าวมาอย่างโชกโชน ทั้ง "ข่าวเบนโล" ยันถูกมองว่าเป็น "กิ๊กทักษิณ" เอาตัวขัดดอก เธอก็ขอใช้ชีวิตแบบสุดขั้ว แต่ ไม่ได้มั่วซั่ว ย้ำชัดว่ากับอดีตนายกฯ เป็น "เพื่อนซี้ต่างวัย" ที่ใจตรงกัน โดย ลีเดีย เองเขียนหนังสือ "ลีเดีย เฮียร์ ไอ แอม!" ปฏิเสธทุกข่าวฉาวในเมื่อพูดแล้วยังไม่มีคนเชื่อ ลีเดีย ก็เลยเบื่อ ยิ่งเจอ หมอกฤษฎ์ หมอดู จอมคอนเฟิร์ม! ดันมาทำนายว่า "ลีเดียเบนโล" หัวอกคนเป็นแม่เลยแทบคลั่ง แม่ลีเดีย บุกฉะ หมอกฤษฎ์ กลางงาน ขู่ให้ กราบเท้าขอโทษ เพราะโกรธที่มาว่าลูกสาว จนกลายเป็นคดีความฟ้องร้องกันยาวนาน!
ข่าวกระหน่ำเหมือนพายุ แต่ ลีเดีย ก็ยังสดใส เพราะมีกำลังใจแสนดี แมทธิว อยู่เคียงข้างไม่เคยห่าง แม้ใครจะมองว่าไม่คู่ควร แต่ ลีเดีย ก็ยืนหยัดรัก พี่แมท พาครอบครัวกระเตงไปเชียร์
แม ทธิว ในรายการ "ซุปเปอร์สตาร์" เกือบทุกเทป 4 ปีที่คบกันมาหวานทุกขณะ ล่าสุด ขนาดมี "คาสโนว่าตัวพ่อ" อยากลองของ เร่ขายขนมจีบ ลีเดีย ยังตอกหน้า ฟลุค-เกริกพล ซะหน้าหงาย ด้วยประโยคเด็ดโดนใจว่า "หนูมีแฟนแล้วค่ะ" ทำเอา แมทธิว หน้าระรื่น ที่ "แฟนสาว" ไม่วอกแวกแอบปันใจ!ถึงจะมี "หมอดู" หลายคน ทำนายดวงชะตาของ ลีเดีย ว่าต้องได้ "เนื้อคู่" เป็น ผู้มีบารมี เป็นนักธุรกิจใหญ่ อายุมากกว่า เรื่องหัวใจปล่อยเป็นเรื่องของอนาคต ให้เบื้องบนพิสูจน์ว่า ใครจะได้เป็นผู้คว้า "นางฟ้าลีเดีย"
ลีเดีย มีความสามารถมากมาย เลยอยาก "ระบายความสวย" แจกจ่ายให้แฟนๆดูกันแพร่หลาย ล่าสุด กระโจนลงจอแก้วโดดรับละครเรื่อง "ระบำดวงดาว" ทางช่อง 3 ค่ายโพลีพลัส เป็นครั้งแรก รับบทเป็นแม่ค้า ทั้งๆที่ชีวิตจริงเป็น "คุณหนู" แต่ ลีเดีย ไม่ละความพยายาม เธอสนุกกับงานที่ท้าทาย อยากเป็นแม่ค้า (ในจอ) ใจจะขาด เพราะในเรื่องมีบทให้ เต้นโคโยตี้ ด้วย ลีเดีย ดีใจ "แฟนคลับ" ต้อนรับ "นางเอกใหม่" ด้วยการทำเสื้อสกรีนว่า "นางเอก" มาให้ ลีเดีย ภูมิใจไปหลายวัน!
ถ้า มี "มิเตอร์วัดความสวยให้สาว" คราวนี้ "ความสวย+เซ็กซี่" ของ "ลีเดีย" พุ่งกระฉูดจน มิเตอร์ แทบ ระเบิด...ดีใจด้วยที่ "ความสวยช่วยค้ำจุนโลก"...
ชายใดที่อาภัพและอับโชค...แค่เห็นหน้า "ลีเดีย" เหมือนได้ ออกซิเจน-หัวใจเต้นกันโครมคราม!
ภาพจาก "MARS"
นสพ.ไทยรัฐ
โดย MARS
9 มกราคม 2553, 17:22 น.
tags:
,ลีเดีย ศรัณย์รัชต์ วิสุทธิธาดา,มาลัยไทยรัฐ,MARS,
วันพุธที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2553
'หนิง' อายให้เต้นโคโยตี้
ในละครล่าผีปอบ ทางช่อง 3 หนิง-ปณิตา รับเขินมากที่ต้องเต้นโตโยตี้ให้พระเอกดู เผยตอนแรกเต้นไม่ออกแต่กลัวไม่ผ่านเลยกัดฟันเต้นแบบลืมตาย
จะให้ร้ายกาจแค่ไหน หนิง-ปณิตา พัฒนาหิรัญ บ่ยั่น แต่ถูกสั่งให้เต้นโคโยตี้ในละคร "ล่าผีปอบ" ทางช่อง 3 นี่สิ นังร้ายมืออาชีพถึงกับโวย "ตั้งแต่เล่นละครมายังไม่เคยต้องมาเต้นโค-โยตี้เลย แถมเรื่องนี้ยังเต้นยั่วพระเอกอีกตะหาก คือเรื่องเต้นไม่มีปัญหาหรอก แต่เต้นแบบโคโยตี้นี่สิ เราก็อึ้งๆนะ เขินมาก เพราะคนดูก็เยอะ แรกๆเต้นไม่ออก แต่พอคิดว่าถ้าเต้นไม่ได้ก็ต้องเต้นอยู่ยังงั้นแหละ หนิงเลยกัดฟันเต้นแบบลืมตายเลย บอกตามตรงให้หนิงร้ายโวยวาย โหดยังไงยังง่ายกว่า".
จะให้ร้ายกาจแค่ไหน หนิง-ปณิตา พัฒนาหิรัญ บ่ยั่น แต่ถูกสั่งให้เต้นโคโยตี้ในละคร "ล่าผีปอบ" ทางช่อง 3 นี่สิ นังร้ายมืออาชีพถึงกับโวย "ตั้งแต่เล่นละครมายังไม่เคยต้องมาเต้นโค-โยตี้เลย แถมเรื่องนี้ยังเต้นยั่วพระเอกอีกตะหาก คือเรื่องเต้นไม่มีปัญหาหรอก แต่เต้นแบบโคโยตี้นี่สิ เราก็อึ้งๆนะ เขินมาก เพราะคนดูก็เยอะ แรกๆเต้นไม่ออก แต่พอคิดว่าถ้าเต้นไม่ได้ก็ต้องเต้นอยู่ยังงั้นแหละ หนิงเลยกัดฟันเต้นแบบลืมตายเลย บอกตามตรงให้หนิงร้ายโวยวาย โหดยังไงยังง่ายกว่า".
สมัครสมาชิก:
ความคิดเห็น (Atom)